The Fair Earth team organized a participatory “farmshop” January 30 with the help of friends from Burma’s Kachin State, neighboring Dorn Tarn village, and elsewhere. We learned about planting rice — and planted some — using innovative methods, and also created a few “instant veggie bed
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (30 มกราคม 2552) ทาง Fair Earth Farm ได้จัดงาน Organic Farming Farmshop ขึ้นที่สวน Fair Earth Farm โดยในงานเป็นการนำคนกลุ่มเล็ก ๆ ที่สนใจแนวทางเกษตรอินทรีย์ให้เข้ามาเรียนรู้พร้อมทั้งสาธิตการทำเกษตรอินทรีย์ด้วยวิธีต่าง ๆ กลุ่มเพื่อน ๆ ของเราที่มาเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ประกอบไปด้วยชาวบ้านในหมู่บ้านดอนตัน 5 ครอบครัว ซึ่งชาวบ้านทั้ง 5 ครอบครัวนี้มีทั้งที่มาจากครอบครัวที่กำลังจะเปลี่ยนมาทดลองทำเกษตรอินทรีย์ในอนาคตอันใกล้ ครอบครัวที่ยังทำเกษตรแบบใช้สารเคมีอยู่ และครอบครัวที่ปัจจุบันไม่ได้ทำอาชีพเกษตรแต่มีที่ดินในสวนหลังบ้านเหลืออยู่พอจะใช้ปลูกอะไรได้บ้าง และนอกจากชาวบ้านในหมู่บ้านดอนตันแล้วเรายังมีเพื่อน ๆ ชาวคะฉิ่นและชาวอเมริกันที่สนใจการทำเกษตรอินทรีย์เข้ามาร่วมเรียนรู้ในกิจกรรมครั้งนี้ด้วย รวมแล้วมีคนเข้าร่วมกิจกรรมในวันนี้ทั้งหมดประมาณ 30 คน
สำหรับกิจกรรมในช่วงเช้านั้นเราได้แบ่งผู้เข้าร่วมกิจกรรมออกเป็น 3 กลุ่ม คือกลุ่มคนดอนตัน กลุ่มคนคะฉิ่น และกลุ่มคนอเมริกัน เพื่อให้ทั้ง 3 กลุ่มได้เห็นถึงประโยชน์ของการปลูกพืชโดยความหลากหลายทางชีวภาพ เราจึงได้ตั้งโจทย์สำหรับทั้ง 3 กลุ่มว่า “ถ้าหากว่าต้องติดอยู่ใน Fair Earth Farm เป็นเวลา 1 สัปดาห์โดยไม่สามารถออกไปข้างนอกได้รวมถึงไม่มีข้าวสารเหลืออีกด้วย แล้วเราจะหาอะไรกินได้ในสวนแห่งนี้ตลอด 1 สัปดาห์” จากนั้นจึงให้ทั้ง 3 กลุ่มออกไปสำรวจพืชผักและสิ่งต่าง ๆ ที่สามารถนำมากินได้ในพื้นที่รอบ ๆ สวนของ Fair Earth Farm ผลการสำรวจพบว่าในสวน Fair Earth Farm แห่งนี้อุดมไปด้วยอาหารที่หลากหลาย ทั้งอาหารที่เป็นแหล่งโปรตีน (ปลาในบ่อน้ำ, ไข่เป็ดและไข่ไก่ในสวน รวมถึงเป็ดและไก่ที่สามารถนำมากินได้หากจำเป็น) คาร์โบไฮเดรต (มันต่าง ๆ สารพัดชนิดในสวน) รวมถึงพืชผักต่าง ๆ ที่เป็นแหล่งวิตามินซึ่งเพื่อน ๆ ของเราสามารถไล่รายชื่อมาได้มากกว่า 30 ชนิด นับเป็นการตอกย้ำให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเห็นถึงความสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพซึ่งเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของการเกษตรอินทรีย์
หลังจากอธิบายเชิงทฤษฎีแล้วก็มาถึงขั้นตอนการลงมือปฏิบัติ ในช่วงแรกเป็นการสาธิตการปลูกข้าวแบบเส้นเดียว โดยในช่วงแรก อ้ายเสริฐ ซึ่งเป็นผู้ดูแลงานในสวนของเราเป็นผู้สาธิตให้ดูก่อน จากนั้นทุกคนจึงได้มีโอกาสลงไปทดลองทำด้วยตัวเอง ส่วนช่วงบ่ายเป็นการสาธิตการปลูกข้าวด้วยวิธีหยอดซึ่งในครั้งนี้เพื่อน ๆ ของเราทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าการหยอดข้าวนี้ทำให้ปลูกได้แบบสบายตัวไม่ต้องเจ็บหลังอย่างมากเหมือนการปลูกข้าวแบบทั่วไป ส่วนในช่วงสุดท้ายเป็นการสาธิตการคลุมดินในแปลงผักด้วยวัสดุธรรมชาติและวัสดุที่หาได้โดยทั่วไปเพื่อเป็นการรักษาหน้าดินและเพิ่มอินทรียวัตถุในดินโดย Les เป็นผู้อธิบายและสาธิตโดยให้ทุกคนได้มีโอกาสทดลองทำด้วยตัวเองเช่นเดิม
หลังจากเสร็จจากกิจกรรมต่าง ๆ แล้วผู้เข้าร่วมทุกคนก็ได้มีโอกาสมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันซึ่งมีทั้งจากกิจกรรมที่ได้ทำร่วมกันในวันนี้รวมถึงประสบการณ์การทำเกษตรของตนเองที่ผ่านมาทั้งคนดอนตันและคนคะฉิ่น ซึ่งนับว่าได้เพิ่มมุมมองและความรู้เกี่ยวกับการทำเกษตร (รวมถึงเรื่องอื่น ๆ นอกจากเกษตรด้วย) ให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคนโดยเฉพาะในกลุ่มชาวบ้านดอนตัน ในครอบครัวที่วางแผนจะทำเกษตรอินทรีย์ในอนาคตก็ได้มาเห็น มาทดลองทำด้วยตัวเอง ทำให้มีความมั่นใจที่จะทำมากขึ้น ส่วนในครอบครัวที่ยังทำเกษตรเคมีอยู่หรือไม่ได้อาชีพเกษตรแต่พอมีเนื้อที่ในสวนหลังบ้านอยู่บ้างก็ได้เห็นว่าการทำเกษตรอินทรีย์นี้ไม่ยากอย่างที่คิดซึ่งพวกเขาสามารถแบ่งที่ดินของตนเองมาทดลองทำเพื่อเป็นการเพิ่มรายได้ให้ครอบครัวรวมถึงเพื่อมีอาหารที่ปลอดภัยไว้บริโภคภายในครัวเรือนได้
อย่างไรก็ตามทุกคนก็ยังสงสัยอยู่ว่าการปลูกข้าวและทำแปลงผักในวันนี้ (ด้วยวิธีแปลก ๆ ในสายตาพวกเขา) จะสามารถให้ผลที่ดีในอนาคตได้จริงหรือไม่ ? สำหรับเพื่อน ๆ ชาวคะฉิ่นและอเมริกัน ทุกคนให้สัญญากับเราว่าจะกลับมาเยี่ยมสวนของเราในครั้งหน้าหากมีโอกาส ส่วนเพื่อน ๆ ชาวดอนตันต่างพูดกันเป็นเสียงเดียวว่าจะหาเวลามาที่สวนของเราทุกสัปดาห์เพื่อดูผลงานที่ตัวเองปลูกในวันนี้ว่าได้ผลแค่ไหน ส่วนพวกเรา Fair Earth Farm ก็คาดหวังว่านอกจากจะได้เพื่อนใหม่ ๆ แล้ว เราจะได้แนวร่วมสำหรับการสร้างเครือข่าย CSA ในอนาคตจากกิจกรรมในวันนี้ด้วย





